2006/Sep/25


edit @ 2006/09/27 14:56:24

เคยดูแต่หนังเขา..ไม่รู้จักเขาหรอก

แต่อินๆ ขอหน่อยแล้วกันเพลินๆนะ

อย่าว่ากัน...ก็เจ๊ดันเขาฝากมา


edit @ 2006/09/27 19:00:24

2006/Sep/23

vโฆษณา หรือ Advertising
นั้นมีความหมายคร่าวๆว่า....


โฆษณา เป็น การประกาศสินค้าหรือบริการที่ต้องการให้ประชาชนโดยทั่วไปทราบ
จุดมุ่งหมายก็เพื่อให้คนทั่วไปรู้จักสินค้าหรือบริการนั้น
โบราณก็เป็นการร้องเชิญชวน (หรือเชื้อเชิญหรือทำให้เชื่อ)
ปัจจุบัน โฆษณาทำได้ตามสื่อต่างๆ
เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ โดยทั่วไป
เจ้าของสินค้าหรือบริการจะว่าจ้างบริษัทรับทำโฆษณาในการทำการโฆษณาในสื่อต่างๆ

ดังนั้นสื่อโฆษณาที่ดี จะต้องบรรลุจุดประสงค์หลักๆ
ตามที่ได้กล่าวข้างต้นไว้ได้อย่างครบถ้วน
" โฆษณาที่ผิดจุดประสงค์... ก็ยีงดีกว่าโฆษณาที่ไม่มีใครจำได้ "
Leoburnett
กูรูแห่งวงการโฆษณาเคยกล่าเอาไว้
อันที่จริงมนุษย์ทุกคนล้วน เป็นนักโฆษณาด้วยกันทั้งนั้น
ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าด้วยสาชาอาชีพที่ตนได้ประกอบขึ้นอยู่และ
นอกเหนือจากพวกสาขาอาชีพเหล่านี้ เรายังคงพบเห็นโฆษณาต่างๆ
ได้ในชีวิตประจำวันทั่วๆไป
จนบางทีก็รู้สึกว่ามันจะมากไปด้วยซ้ำ
เช่นแม่ค้าขายปลาที่ประกาศขายว่า ปลาสดๆจ้า
หรือ อาม่าที่บอกว่าพระรูปไหน ท่านได้ให้เลขเด็ด และแม่นจริง
หรือการที่คนตาบอดเรียกร้อง ขอให้พวกเราทำบุญ เพราะชาติหน้านั้นเราจะได้ขึ้นสวรรค์
ถ้าทำการสังเกตุดูจะพบว่า คนที่โฆษณาเหล่านั้นเขาเน้นขายความเชื่อ
ของเขามากกว่าขายตัวสินค้า
หรือจะพูดให้ถูกต้องก็คือ
ความน่าเชื่อถือ มีมูลค่ามากกว่าตัวสินค้ามากมายนัก
และความน่าเขื่อถือแบบนี้ ก็ไม่มีตัวตน
แต่ความไม่มีตัวตนนี้แหละ...
ที่แพงแสนแพง
และสามรถทำอะไรต่อมิอะไรเป็นได้ดั่งใจต้องการ
ส่วนวิธีการสร้างความน่าเชื่อถือแบบนี้ ก็ไม่ยากนัก
สิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้ก็คือ สื่อกลางที่ไว้ขยายคำความเชื่อเป็นสำคัญ
เพราะยิ่งกระบอกเสียงใหญ่มาก การสื่อสารก็เข้าถึงคนวงกว้างได้มากเท่านั้น
โอกาสที่จะเข้าถึงใจกลุ่มเป้าหมายก็จะมากตาม....
สรุปเอาสั้นๆได้ว่า ยิ่งตัวกระบอกเสียงใหญ่เท่าไหร่
ก็ยิ่งพูดได้ดังและดีขึ้นเท่านั้น...
ยกตัวอย่างเช่นโฆษณาทางทีวี วิทยุ สือสิ่งพิมพ์ชนิดต่างๆ
ป้ายโฆษณา ใบปลิว ตัวอย่างหนัง สปอนเซอร์และอื่นๆอีกมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นพวก new media ที่ขยันเอาความคิดมาก
มาสร้างสรรความน่าสนใจและจุดขายใหม่ๆเสมอ
และนอกเหนือจากโฆษณาที่เราเห็นได้ตามทั่วไป
ยังมีโฆษณาบางชนิดที่จงใจมาแทรกซึม
อยู่ในชีวิตประจำวันแบบไม่ให้รู้นื้รู้ตัวอีกด้วย
เพื่อสร้างมิติใหม่ของวงการความน่าเขื่อถือที่เพิ่มขึ้นด้วย
สื่อโฆษณาอีกประเภทที่ว่าคือ โฆษณาแฝง
เด๊ยวนี้มักพบมากในรายการ และละครหลายๆเรื่อง
เช่น รายการถึงลูกถึงคนใช้คอมพิวเตอร์ของToshiba
หม่ำในรายการชิงร้อยชิงล้านกินเป๊บซี่
หรือวิลสมิธใส่nikeในหนังMIB
เป็นต้น...
และที่กล่าวว่าทั้งหมดนั้น ล้วนเป็นการโฆษณาทั้งสิ้น
แต่จะบรรลุจุดประสงค์ได้กี่ข้อนั้น ก็แล้วแต่วิจารณญาณ
ตามแต่บุคคล และกลยุทธ์ที่ถูกเอามาใช้นำเสนอต่างกันไป
ไม่นานมานี้ประเทศเรา ได้ถูกจัดอันดับขึ้นเป็นอันดับต้นๆของโลก
ทางด้านโฆษณา โดยวัดจากจำนวนรางวัลโฆษณาที่ไปชิงสิงโตทองคำที่เมืองคานส์
ซึ่งรายการนี้เปรียบได้กับโอลิมปิคของวงการโฆษณา เลยทีเดียว
แม้ว่าสื่อต่างประเทศจะให้ความสนใจ
ตัวโฆษณาด้านสื่อสิ่งพืมพ์กับทางทีวีของเรา
แต่กลับไม่เคยสังเกตุเลยว่า ประเทศของเรานั้นมีการเอาโฆษณาแฝง
มาประยุกต์ใช้อยู่ด้วย แต่ด้วยความแยบยลผสมผสานกับการนำเสนอแบบ
news mediaได้อย่างแยบคาย ทำให้ไม่ค่อยมีคนได้สังเกตุกัน
และแน่นอน...คนเหล่านี้ไม่ได้ประกอบอาชีพนักโฆษณา
แต่เขาประกอบอาชีพเป็น
เอ่อ...
...นักการเมือง
บุคคลที่อาศัยเอาเวลาช่วงข่าว ที่คนไว้นำเสนอความจริง
มาเป็นการโฆษณาแฝง โดยใช้news media
ที่ว่าก็คือข่าว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้สินค้าที่ขายดูน่าเชื่อถือ
ด้วยวิธีการง่ายนิดเดียว คือเป็นเจ้าของสื่อที่เรียกว่าความจริง
แล้วก็สร้างโฆษณาโปรโมทความจริงหลอกๆขึ้นมา
ด้วยความาที่เป็นกระบอกเสียงอันใหญ่ ที่ใครๆก็เชื่อถือ
มันจึงถ่ายทอดถอดกระบวนความ ส่งต่อไปยังกระบอกอื่นๆ
จากประเทศสู่ประเทศ ...
ในรูปแบบคำว่าความเป็นจริง มากกว่าคำว่าโฆษณาชวนเชื่อ
เนื่องจากข่าว เป็นการให้ข้อมูลหรือสถารณ์การณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ
ดังนั้นจึงไม่มีใครเคลือบแคลงในการแถลงการณ์นั้นๆเลย
แม้แต่น้อย...และเมื่อมันได้ถ่ายทอดสารไปสู่อีกคนแล้ว
ไม่ว่าสารนั้น จะเป็นความจริงหรือไม่
มันก็กลายเป็นความจริงไปโดยปริยาย...
เมื่อโดนเล่าผ่านกระบอกเสียงอันนี้
ดูๆไปการโฆษณา ก็คล้ายคลึงกับการสะกดจิตการรับรู้หมู่
เช่นร้านอาหารแห่งหนึ่ง ออกทีวีว่ามีคนไปกินกันเป็นร้อยคนบอกว่าอร่อย
แต่มีผมคนเดียวที่รู้สึกว่าไม่อร่อย...พอบอกความจริงออกไปก็จะเป็นว่า
มึงมันลิ้นเฝื่อน มึงแม่งแปลก
มึงคิดไปเองมั๊ง หรือไปจนถึง
.... มึงมันอินดี้
ซึ่งอันหลังก็ไม่เข้าใจว่าเกี่ยวอะไรด้วย
ขออณุญาติยกตัวอย่างอีกซํกอัน
นายก(กรุณาอ่านว่านายกอ)
กล่าวว่าผมเป็นคนจน ทำอาชีพสุจริตชน
เมื่อได้นำเสนออกรายกาข่าวไป แม้บุคคลอื่นๆ
จะไม่รู้จักนายก ก็ตามก็จะคิดไปเองว่าเขาเป็นคนดีนะ
ไม่งั้นทีวีคงไม่ออกหรอก...จริงไหม
ก็เหมือนกับข่าวลือล่ะครับ เคลื่อนที่เร็วกว่าสายลมแน่นอน
ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็หาได้มีความจริงแม้แต่น้อยเลย
ก็เหมือนที่ได้กล่าวไว้ตามข้างต้นคือ...
ความน่าเชื่อถือ...มีมูลค่ามากกว่าตัวสินค้ามากมายนัก
และผมก็ยิ่งรู้สึกว่ามันจริงทุกครั้ง เมื่อเห็นข่าวการเมืองขึ้นมาทางทีวี
จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันมานี้ได้เห็น กบว.มาสั่งแบนโฆษณาแฝงห่วยๆนี้ซํกที
แด่...เสรีภาพไอติม ดอกไม้ ทหาร
และ Morphine เพื่อนใหม่
รายงานเรื่องโดย สำนักข่าวหมีน้อยตาดำโบ๋

edit @ 2006/09/23 09:23:44

2006/Sep/01

ก่อนอื่นขอบอกไว้ก่อนว่า ศาสตร์ที่กำลังนำเสนออยู่นี้

ถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล กรุณาใช้วิจรณญาณในการรับชม

ผู้จัดทำไม่ขอแสดงความรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป้นแฟนไม่รัก หรือยังคงขายไม่ออกเหมือนเดิม

แตหากเป็นความดีความชอบ

ผมขอรับไว้เองแต่เพียงผู้เดียว....

ถ้าทำใจพร้อมแล้ว...ก็มาเริ่มกันเลย

อันดับแรกให้เลือกรูปที่ท่านชอบขึนมา1ภาพ

ตัดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออก เพื่อสร้างความรู้สึกลึกลับซับซ็อน

ฆาตกรซ่อนเงื่อน เช่นอย่างนี้

จะทำให้จุดสนใจ มาตั้งอยู่ตรงกลางของภาพนั้นๆ หรือพูดอีกอย่างคือ

เราสร้างจุดขายใหม่ขึ้นมา เหมาะสำหรับคนที่มีสัดส่วน

แต่หน้าตาไม่ค่อยมีส่วนสัด ในที่นี้จะสร้างความน่าสนใจเพิ่มขึ้นอีก 35จุด

แต่ถ้าเป็นคนที่ส่วนสัดไม่ดี ให้ใช้copyที่น่าดึงดูดใจเช่น

หนูอายุ15 ไม่ก็ชื่อประมาณว่าหนูเป็นเด็กมัธยม

จะจับจุดความสนใจเพิ่ม และเปลี่ยนจากจุดด้อยกลายเป้นจุดแข๊ง

นี่เป้นการมองในมุมกลับในเชิงการสร้างจุดขายทางการตลาด

หรือถ้าต้องการทำให้ดูหมิ่นเหม่ศีลธรรม

เราจะเปลี่ยนcopyแล้วเพิ่มeffectของเราไปโดยใช้ชื่อภาพว่า

ภาพประกอบทางinternet ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

หรือว่า เด็กอายุต่ำว่า18 ผู้ปกครองควรพิจราณา

หรือในกรณีที่ภาพนั้นเราสูบบุหรี่ ก็อาจจะใช้การเซีนเซอร์แบบนี้ด้วยก็ได้...

แต่ในเมื่อคุณได้ลองทุกวิธีขั้นต้นที่กล่าวมา

ยังไม่ได้สร้างความพึงพอใจอย่างแท้จริง หรือคิดว่าตัวเอง

ยังพอมีหน้าตาให้อวดโมบ้าง แต่เกิดความรู้สึกอายเล็กน้อย

ให้เปลี่ยนการเซ๊นเซอร์เป็นแบบนี้

เอาเป็นว่าแค่นี้ก่อนดีกว่า คิดว่าจะทำให้พวกคุณทุเลาอาการ

อยากสวยกันเต็มแก่แล้ว

ใครจะทำตามก็เชิญตามสบายครับ

แต่อย่าลบบลอคผม เพราะผมว่า มันไมโป๊เลย

แอบเซ๊กซี่นิดๆเอง

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


edit @ 2006/09/01 02:00:18
edit @ 2006/09/01 02:00:50
edit @ 2006/09/01 09:03:53